การปลูกมะเขือในกระถาง

วันนี้เกษตรสวนในบ้านจะพาคุณ ๆ ที่สนใจเรื่องการเกษตร ที่มีพื้นที่จำกัดอย่างคนเมืองที่มีพื้นไม่มาก แต่อยากปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง ไปดูวิธีการปลูกมะเขือในกระถางกันครับ ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ไม่แตกต่างการปลูกในพื้นที่ทั่ว ๆ ไป และสามารถเคลื่อนย้ายให้ได้รับแสงแดดได้ง่าย อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าพืชต้องการแสงเพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเพื่อสร้างอาหารของพืชนั้นเอง การปลูกในกระถางจึงเป็นส่วนของตรงนี้เลย

วิธีการปลูกมะเขือ

  1. เตรียมเมล็ดพันธุ์ มะเขือมีมากมายหลายชนิดมาก ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือพร้าว ฯล ดังนั้นเราสามารถเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ตามวัตถุประสงค์ของเราได้เลยว่าต้องการแบบไหน ซึ่งก็มีทั้งแบบซองไม่กี่บาท ราคาตั้งแต่ 10 บาท ไปจนถึง 100-200 บาทก็มี หนึ่งซองก็ได้เป็นเกือบร้อย ๆ ต้นเพราะมะเขือเป็นพืชที่มีเปอร์เชนต์การงอกค่อนข้างสูง
  2. การเตรียมดิน ดินควรเป็นดินที่มีความร่วน ระบายน้ำได้ดี ไม่ควรเป็นดินเหนียวเพราะจะระบายน้ำได้ไม่ค่อยดี ทำให้โอกาสเกิดรากเน่าได้เช่นกันกับพืชทั่ว ๆ ไป ควรผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเพื่อให้เกิดช่องว่างระหว่างดินและเป็นธาตุอาหารให้แก่พืชด้วย ซึ่งข้อดีของปุ๋ยหมักก็คือ จะค่อย ๆ ปุ๋ยธาตุอาหารออกมาทีละน้อย ทำให้พืชใช้ได้อย่างต่อเนื่อง
  3. กระถาง ไม่ควรใช้กระถางใบเล็กมาก เนื่องจากมะเขือจะมีทรงพุ่มที่แผ่ขยายออกไปกว้างพอสมควร และมีความสูงในระดับหนึ่ง หากใช้ขนาดเล็กจะทำให้ต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย ๆ ซึ่งจะมีผลต่อการเจริญเติบของมะเขือนั้นเอง ใช้ขนาดที่ปลูกพืชทั่วไปหรือใหญ่หน่อยก็ยิ่งดี แต่หากใหญ่เกินไปก็จะหาที่วางยากสักหน่อย
  4. เตรียมพื้นที่สำหรับวางกระถาง
มะเขือในกระถาง

ขั้นตอนการเตรียมต้นกล้าเพื่อเตรียมปลูกมะเขือ

เมื่อเราเตรียมทุกอย่างได้พร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเพาะเตรียมต้นกล้า เราสามารถโรยเมล็ดพันธุ์ในกระถางที่เตรียมได้เลย หรือไม่ก็ใช้วิธีการหยอดเมล็ดลงในกระถางปลูก ซึ่งก็สามารถทำได้ทั้งสองรูปแบบ แบบแรกก็คือหยอดเมล็ดในกระถางปลูกเลย หรือสองก็คือการโรยเมล็ดเพื่อเพาะต้นกล้าก่อน แล้วค่อยย้ายปลูกหลังโตได้ระยะหนึ่งก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งแบบที่สอง เราสามารถคัดเลือกต้นกล้าที่แข็งได้ แต่แบบแรกจะเราจะใช้วิธีหยอดสัก 2-4 เม็ดเมื่อโตสักระยะค่อยคัดเอาต้นที่แข็งแรงไว้ก็ได้เช่นกัน

การวางกระถางมะเขือบนกำแพงเพื่อให้ได้รับแสงแดด

โรคและศัตรูของมะเขือ

โรคแอนแทรคโนส
เกิดจากเชื้อรา อาการจะเป็นแผลวงกลมสีน้ำตาล ซึ่งจะขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้แผลเน่า และกิ่งแห้งตาย บนแผลมีเชื้อราขึ้นเป็นตุ่มเล็กๆสีดำ ขนาดเล็กกว่าหัวเข็มหมุด
ขึ้นเรียงเป็นวงกลมซ้อนกันหลายชั้น เนื้อเยื่อบริเวณแผลยุบต่ำลงจากในระดับเดิมเล็กน้อย
การป้องกันกำจัด ควรฉีดพ่นป้องกันเชื้อราเป็นครั้งแรก และตัดแต่งกิ่งและผลที่เป็นโรคนำไปเผาไฟทลายเพื่อป้องกันการระบาดไปต้นอื่น
โรคผลเน่า
เกิดจากเชื้อรา อาการของผลและกิ่งจะปรากฏสีน้ำตาลแล้วลามเข้าไปทั้งผล และกิ่งจนแห้งตาย บนกิ่งแห้งพบเมล็ดราสีดำ ขนาดเล็กกว่าเข็มหมุดขึ้นตรงกลางแผลสีน้ำตาล
การป้องกันกำจัด ตัดแต่งกิ่งเป็นโรคและผลเน่าออกจากแปลง ฉีดพ่นด้วยยาป้องกันกำจัดเชื้อรา
โรคโคนเน่า
เกิดจากเชื้อรา อาการที่พบคือต้นเหี่ยวเฉาตาย เมื่อถอนต้นขึ้นมาตรวจพบเชื้อรา เป็นเส้นใยสีขาวโคนต้นระดับดิน ทำให้โคนต้นแห้งเป็นสีน้ำตาล เชื้อราสร้างเส้นใยและมีเม็ดรา
เป็นสีขาวและดำเท่ากับเมล็ดผักกาด แทรกอยู่ระหว่างก้อนดินโคนต้น
การป้องกันกำจัด ถอนต้นที่เป็นโรคเผาไฟรวมทั้งดินโคนด้วยใส่ปูนขาวในหลุมที่เป็นโรค หรือละลายปูนขาวกับน้ำรดโคนต้น หรือยากำจัดเชื้อรา รดโคนต้นเมื่อปลูกใหม่ ควรปรับดิน
ด้วยปูนขาวและใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ให้มาก ควรปลูกพืชอื่นหมุนเวียนในแหล่งที่มีโรคระบาดมาก
เพลี้ยไฟ
ศัตรูชนิดนี้มีตัวอ่อน ลำตัวยาวสีเหลืองเคลื่อนไหวเร็วอยู่ตามยอด ซอกใบ และใต้ใบ ตัวแก่สีดำบินเร็ว เป็นศัตรูที่สำคัญที่สุดของมะเขือ ระบาดได้รวดเร็วมาก โดยจะดูดน้ำจากใบ
ทำให้ใบเหลือง แข็ง กรอบ ผิวใบอาจฉีกขาด ยอดมีสีน้ำตาล ไม่ค่อยเจริญเติบโต และต้นทรุดโทรมเร็ว ระบาดมากช่วงฤดูหนาว
การป้องกันกำจัด ฉีดพ่นยาป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ เช่น คาร์โบซัลแฟน ,ฟิโปรนิล ,อะบาแมคติน เป็นต้น
เพลี้ยแป้ง
ทำให้เกิดใบหยิกหด ใบและยอดอ่อนหยิกและหด ข้อสั้นและอวบหญ่มีสีเขียวเข้มไม่เจริญต่อไป เพราะมีศัตรูที่มีแป้งสีขาวเกาะติดอยู่เป็นกระจุก
การป้องกันกำจัด ควรฉีดพ่นด้วยยาป้องกันกำจัดประเภทดูดซึม เช่นเดียวกับการกำจัดเพลี้ยไฟ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *